จึเนซาบุโร มาคิงุจิ

ประวัติอาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมท่านแรกและแนวคิดสร้างคุณค่าของท่าน

าจารย์มาคิงุจิ เกิดที่จังหวัดนิอิงาตะ หมู่บ้านอาราฮามา ตอนอายุ 14 ปี ได้ย้ายไปอยู่ที่เกาะฮอกไกโด จากนั้นก็ได้ทำงานไปพร้อม ๆ กับศึกษาไปด้วย และก้าวสู้เส้นทางของการเป็นครู ช่วงวัย 30 ปี ได้เดินทางไปที่กรุงโตเกียว 2 ปีต่อมาท่านได้จัดพิมพ์หนังสือเรื่อง “วิชาภูมิศาสตร์แห่งชีวิตมนุษย์”ที่ท่านประพันธ์ขึ้น และกลายเป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงมากในปัจจุบัน

อาจารย์มาคิงุจิได้เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่ในชุมชนที่ยากจนในกรุงโตเกียว ขณะที่สอนอยู่ มีเด็กนักเรียนจำนวนมากมายที่ไม่มีอาหารกลางวันกิน ท่านต้องเอาเงินส่วนตัวของท่านออกมาซื้ออาหารกลางวันให้กับเด็ก ๆ เหล่านั้น จิตใจที่เมตตาและสูงส่งของอาจารย์มาคิงุจิ ทำให้ท่านสามารถเข้าใจคำสอนของพระนิชิเร็นไดโชนินได้อย่างถูกต้อง ท่านได้ค้นพบว่า ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีความโน้มเอียงไปตามลัทธิชาตินิยมอย่างรุนแรง ปรัชญายิ่งใหญ่ที่สามารถตอบปัญหาขั้นพื้นฐานเหล่านี้ได้ ก็คือพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน


ก่อตั้งสมาคมโซคาขึ้นเป็นครั้งแรก

กับสมาชิกสมาคมโซคาเคียวอิขุ
ค.ศ. 1941, ฟุขุโอกะ

หลังจากนั้น 2 ปี ในปี ค.ศ. 1930 ท่านกับอาจารย์โทดะก็ได้ก่อตั้งสมาคมการศึกษาสร้างคุณค่าขึ้น โดยตอนเริ่มก่อตั้งนั้นใช้ชื่อว่า “โซคาเคียวอิขุงักไก” ขณะนั้นอาจารย์มาคิงุจิอายุ 59 ปี และในช่วงแรกเริ่มนั้นผู้ศรัทธาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักการศึกษาที่มีความคิดเห็นด้วยกับแนวคิดระบบการศึกษาสร้างคุณค่าของอาจารย์มาคิงุจิ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกลุ่มแกนนำสำคัญของการเคลื่อนไหวในการปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน

กิจกรรมที่เคลื่อนไหวได้เริ่มจากการประชุมสนทนาธรรม ที่มีลักษณะ “การพูดคุยแบบตัวต่อตัว” เป็นหลัก แม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในขณะที่ถูกอิทธิพลทหารคุกคามแต่อาจารย์มาคิงุจิก็ยังมุ่งมั่นทำการเผยแผ่ธรรมอย่างไม่ลดละ เมื่อตอนที่ท่านอายุ 71 ปี ท่านได้เปิดประชุมสนทนาธรรม และให้คำชี้นำตามบ้าน ที่จังหวัดอิบารากิ ฮอกไกโด นิอิงะตะ โดยไม่คิดถึงความยากลำบาก

ต่อต้านการบังคับจากรัฐบาล และเป็นเหตุให้ถูกจับกุม

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลทหารญี่ปุ่นบังคับให้ทุกศาสนาและทุกนิกายยอมรับและทำการสักการะบูชาผ้ายันต์ชินโต และกราบไหว้ต่อเทพเจ้าของรัฐบาลทหาร นิกายนิชิเร็นโชชิวในสมัยนั้นนำโดยประมุขสงฆ์ลำดับที่ 62 พระนิคเคียวซึ่งเกรงกลัวต่ออิทธิพลของรัฐบาลทหาร พระนิคเคียวไม่เพียงแต่ยอมรับผ้ายันต์ชินโตไว้บูชา แต่ยังบังคับให้ผู้ศรัทธาทุกคน รวมทั้งอาจารย์มาคิงุจิและอาจารย์โทดะให้ทำตามคำสั่งของเขา โดยไม่มีจิตใจที่จะปกป้องพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน เป็นเหตุให้อาจารย์ทั้งสองต้องยืนหยัดขึ้นเพื่อคัดค้านต่อการกระทำของสงฆ์ และยืนกรานปฏิเสธไม่รับผ้ายันต์ชินโต เพื่อปกป้องคำสอนของพระนิชิเร็นไดโชนิน เป็นเหตุให้อาจารย์ทั้งสองถูกจับกุมหลังจากเดินทางกลับจากวัดใหญ่ในครั้งนั้น

อาจารย์มาคิงุจิถูกจับกุมและถูกคุมขังในวันที่ 6 เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1943 ขณะที่เดินทางไปเผยแผ่ธรรมที่แหลมอิสึและท่านก็ได้เสียชีวิตในคุกด้วยวัย 73 ปี ในวันที่ 18 เดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 1944 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 14 ปีของการก่อตั้งสมาคม

การเสียชีวิตของอาจารย์มาคิงุจินี้ ถือว่าเป็นการอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องความถูกต้องของพุทธธรรม โดยต่อสู้กับการใช้อำนาจ กดขี่ของรัฐบาลทหารที่มีแนวความคิดของลัทธิชินโตมาเป็นหลักค้ำจุน ในขณะเดียวกัน การต่อสู้ของอาจารย์มาคิงุจิขณะอยู่ในเรือนจำนั้น ก็เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องเสรีภาพในการนับถือศาสนา เป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่สูงส่งอีกด้วย