พระนิชิเร็นไดโชนิน

ระนิชิเร็น เดิมชื่อว่า เซ็นนิชิมาโร เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1222 ณ ตำบลหนึ่งในหมู่บ้านโคมินาโตะ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ทางชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น ขณะเมื่อเป็นเด็กได้ศึกษาเล่าเรียนที่วัดเซอิโชยิซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพราะสถานที่ศึกษาในเวลานั้นก็คือวัด และในที่สุดก็ได้บวชเป็นพระและมีชื่อว่า เร็นโช

ประเทศญี่ปุ่นเมื่อคริสต์ศตษวรรษที่ 13 นั้น มีนิกายพุทธศาสนาดาษดื่นมากมาย นิกายที่สำคัญ ๆ ได้แก่ นิกายเซ็น นิกายสุขาวดี และนิกายมนตรยาน เป็นต้น พระเร็นโชได้ศึกษาพระสูตรต่าง ๆ อันเป็นคำสอนของพระศากยมุนีพุทธ และมีความแปลกใจว่า นิกายคำสอนต่าง ๆ มากมายเหล่านี้ ล้วนเป็นคำสอนที่มาจากคน ๆ เดียวกันจริงหรือ และยังแปลกใจอีกว่า ทำไมจึงไม่มีคำสอนพุทธธรรมอันใดอันหนึ่ง ที่จะสามารถช่วยประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ยากในชีวิตประจำวันได้

พระเร็นโชได้เดินทางจาริกไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ได้ศึกษาปรัชญาคำสอนพุทธธรรมในที่ที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาชั้นสูงทุก ๆ แห่ง ท่านได้ศึกษาพระสูตรทั้งหมด และยังศึกษาคำสอนต่าง ๆ ของพระมหาธรรมาจารย์เทียนไท้ที่ภูเขาฮิเออิ และในที่สุดก็สรุปได้ว่าคำสอนแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร จัดเป็นคำสอนที่สูงสุด คำสอนเดียวในบรรดาคำสอนทั้งหลายของพระศากยมุนีพุทธ และยังกล่าวอีกว่าชื่อคำสอนคือ “นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” ได้บรรจุไว้ด้วยสาระสำคัญทั้งหมดของพระสูตรนี้ เขาจึงตระหนักดีว่า สิ่งนี้เองเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการบรรลุการรู้แจ้งเห็นจริงของมนุษย์ หรือกล่าวได้ว่าเพื่อความสุขที่แท้จริงของมนุษย์

ต้นไม้อายุกว่า 1,000 ปี ที่วัดเซอิโชยิ สถานที่ซึ่งพระนิชิเร็นได้ศึกษาพุทธธรรมในวัยเด็ก

ในปี ค.ศ. 1253 ท่านก็สำเร็จการไปจาริกศึกษาทั่วประเทศญี่ปุ่น และตามประเพณีมีว่า ท่านจะต้องกลับไปสู่วัดบ้านเกิดของตนและบอกกล่าวแก่ผู้ใกล้ชิดว่า ในระหว่างที่จากไปนั้น ได้ศึกษาอะไรมาบ้าง

พระเร็นโชได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น นิชิเร็น (หมายถึง ดวงอาทิตย์และดอกบัว) และท่านได้ประกาศก่อตั้งคำสอนเมื่อเวลาเที่ยงวันของวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1253 และเริ่มต้นสวดมนต์ “นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” แก่บรรดาพระต่าง ๆ ที่วัดเซอิโชยิ หลังจากนั้นไม่นานท่านก็สอนให้แก่บิดามารดาของท่าน และเริ่มออกเดินทางไปสู่เมืองคามาคูระ อันเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น ท่านมีความเชื่อว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นการเผยแผ่คำสอนพุทธธรรมอันแท้จริงนี้ที่เมืองนี้ก่อน เพื่อที่จะให้การปฏิรูปสังคมและเศรษฐกิจอันท้จริงได้สำเร็จ

ในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1283 ท่านก็ดับขันธ์ไปอย่างสงบขณะที่มีอายุได้ 61 ปี