โจเซอิ โทดะ

ประวัติของอาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมคนที่สอง

อาจารย์โทดะ (ซ้าย) และอาจารย์มาคิงุจิ (ขวา), ค.ศ. 1930

าจารย์โทดะเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1900 ที่จังหวัดอิชิคาวะ ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่ฮอกไกโด หลังจบการศึกษาแล้วได้ทำงานเป็นครูสอนหนังสือ จากนั้นได้เดินทางไปที่โตเกียวขณะที่มีอายุ 20 ปี และได้พบกับอาจารย์มาคิงุจิในโรงเรียนประถมสามัญชิโรงาเนะที่อาจารย์มาคิงุจิเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ อาจารย์โทดะได้ทำงานร่วมกันกับอาจารย์มาคิงุจิ และได้เข้าศรัทธาต่อพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินหลังอาจารย์มาคิงุจิหนึ่งอาทิตย์ เพื่อนำสันติสุขที่แท้จริงสู่มนุษยชาติ อาจารย์โทดะถูกจับที่บ้านพักของตนในวันเดียวกับอาจารย์มาคิงุจิ ด้วยข้อหาเดียวกัน ตอนนั้นผู้นำระดับสูงหลายคนถูกค้นบ้านและถูกจับกุมเช่นกัน แต่หลังจากถูกปล่อยตัวแล้ว ต่างก็เลิกศรัทธาหมด เพราะทุกคนต่างเกรงกลัวอำนาจรัฐบาลและรับปากว่าจะยอมรับยันต์ชินโต สมาคมจึงต้องพบกับการล่มสลายลง

รู้แจ้งเรื่องชีวิตพุทธะในคุก และการเป็นโพธิสัตว์จากพื้นโลก

ขณะที่อาจารย์อยู่ในคุก แม้ร่างกายจะทรุดโทรมเนื่องจากขาดธาตุอาหาร แต่ท่านก็ยังตั้งใจสวดมนต์ และยังนำฝาขวดนมมาร้อยเป็นพวงแทนลูกประคำ ท่านได้ใช้เวลาทั้งหมดอ่านสัทธรรมปุณฑริกสูตร จนวันหนึ่งในราวเดือนมีนาคม ท่านก็ได้รู้แจ้งว่า”พระพุทธก็คือชีวิต” และในราวเดือนพฤศจิกายนท่านยังบังเกิดการรู้แจ้งอีกว่า”ตัวเองคือโพธิสัตว์จากพื้นโลก”นั่นเอง อาจารย์โทดะตระหนักรู้ถึงภาระหน้าที่ของท่านจากการอ่านสัทธรรมปุณฑริกสูตร และยิ่งเพิ่มพูนความเชื่อมั่นต่อพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินพร้อมกับความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องเป็นผู้นำในการเผยแผ่ธรรมไพศาลต่อไปให้ได้

สร้างพื้นฐานที่มั่นคงแห่งการเผยแผ่ธรรม

อาจารย์โทดะบรรยายธรรมนิพนธ์ของพระชินิเร็นไดโชนิน, ค.ศ. 1954

วันที่ 3 กรกฏาคม ค.ศ.1945 อาจารย์โทดะได้รับการปล่อยตัว หนึ่งปีต่อมา ท่านได้เปลี่ยนชื่อสมาคม เป็น “สมาคมโซคางักไก” และพวกเราก็ใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ.1951 อาจารย์โทดะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสมาคมคนที่สอง ท่านได้ตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่า จะทำการชักชวนแนะนำธรรมให้ได้ 7 แสน 5 หมื่นครอบครัว ตอนนั้นสมาชิกมีเพียง 3 พันคนเท่านั้น จึงเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถทำสำเร็จได้ แต่จากการยืนหยัดและการวางแนวทางการเผยแผ่ธรรมอย่างเข้มแข็งของอาจารย์ ทำให้การเผยแผ่ธรรมรุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ท่านลงมือกระทำทันทีคือ การก่อตั้งระบบการของฝ่ายต่าง ๆ ขึ้น

วันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.1951 ได้ก่อตั้งคณะผู้ใหญ่หญิง วันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ.1951 ก่อตั้งฝ่ายยุวชนชาย และวันที่ 19 กรกฏาคม ปีนั้นก็ได้ก่อตั้งฝ่ายยุวชนหญิง ท่านยังทุ่มเทตัวเองจัดทำธรรมนิพนธ์ฉบับรวมเล่มของพระนิชิเร็นไดโชนิน เพื่อจัดพิมพ์ให้ทันวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1952 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 700 ปีแห่งการก่อตั้งนิกายสำเร็จ

ในขณะที่สงครามเย็นระหว่างค่ายตะวันออกกับตะวันตกกำลังรุนแรงขึ้น อาจารย์โทดะได้เสนอความคิดในเรื่อง “ลัทธิประชาชาตินิยมแห่งโลก”เพื่อให้ตระหนักรู้ว่า มวลมนุษย์ทั้งหมดในโลกคือเชื้อชาติหนึ่งเดียงกัน ซึ่งแนวคิดนี้ รวมทั้ง”แถลงการณ์ห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์” ได้กลายเป็นแนวคิดขั้นพื้นฐานในเรื่องการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพและวัฒนธรรมของสมาคมโซคา

ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ความปรารถนาของอาจารย์โทดะที่ว่า ในหนึ่งชั่วชีวิตของท่านจะเผยแผ่ธรรมให้ได้ 750,000 ครอบครัว ก็ได้บรรลุความสำเร็จ

ปี ค.ศ. 1958 หอประชุมใหญ่ที่สมาคมสร้างบริจาคให้กับวัดใหญ่ก็เสร็จเรียบร้อย และในวันที่ 16 มีนาคม คณะยุวชนชายหญิงทั่วประเทศจำนวน 6000 คน ได้มาชุมนุมร่วมกัน แม้ขณะนั้นอาจารย์โทดะจะมีร่างกายที่อ่อนเพลียมาก แต่ก็ได้มีการจัดพิธีสืบทอดการเผยแผ่ธรรมไพศาล ซึ่งเป็นพิธีที่มอบเรื่องการเผยแผ่ธรรมทั้งหมดให้แก่ยุวชน ภายใต้การนำของอาจารย์อิเคดะหลังจากได้เฝ้าดูงานเหล่านี้สำเร็จแล้ว ท่านก็ได้จบชีวิตเพื่อการเผยแผ่ธรรมลงอย่างสงบ ในวันที่ 2 เมษายน ปี ค.ศ. 1958 ในขณะที่มีอายุ 58 ปี